10 แบรนด์ดังกับความหมายที่ซ่อนอยู่ในโลโก้

fb post about 10 logos

ถ้าพูดถึงแบรนด์ระดับโลกส่วนสำคัญลำดับแรก ๆ ในการสื่อสารกับลูกค้าหรือผู้บริโภคคือสัญลักษณ์หรือโลโก้  สิ่งที่น่าสนใจคือนัยยะที่ซ่อนอยู่ในแบรด์เหล่านั้นว่ามีความหมายเชื่อมโยงกับยี่ห้อเหล่านั้นอย่างไร  ลองมาดูกันค่ะ

1. FedEx
fedex

บริษัทที่ให้บริการขนส่งเน้นความรวดเร็ว  ภายใต้โลโก้เราจึงเห็นลูกศรสีขาวชี้ไปทางขวาที่อยู่ระหว่างตัวอักษร E และ X

2. Amazon

logo_amazon

แรกเริ่มอเมซอนขายแค่หนังสือ  แต่ขณะนี้เราสามารถหาซื้อของได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ  ภายในโลโก้เราจึงเห็นลูกศรสีเหลืองด้านล่างลากจาก a ถึง z

3. Apple

logo_apple

เคยสงสัยไหม  ทำไมรูปแอ๊ปเปิ้ลต้องมีรอยกัด?  ที่มีรอยกัดเพราะนี่คือลูกแอ๊ปเปิ้ลจากคัมภีร์ไบเบิลที่ว่าตามเรื่องราวในคัมภีร์ว่าถูกกัดโดยอดัม  และสโลแกนของ Apple ในสมัยก่อนใช้ว่า “Byte into an Apple” (Byte = Bite)

4. Cisco

logo_cisco

ซิสโก้ให้บริการด้าน Network ลายเส้นเหนือคำว่าซิสโก้แสดงสัญลักษณ์ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  บริษัทนี้ก่อตั้งที่เมืองซานฟรานซิสโกประเทศสหรัฐอเมริกาและสำนักงานใหญ่ก็ตั้งอยู่ที่นั่น  ใครที่เคยไปเที่ยวซานฟราน ฯ คงได้มีโอกาสไปเยือนสะพาน Golden Gate สัญลักษณ์ของเมืองนี้  ว่าแต่คุณผู้อ่านจินตนาการเห็นสะพานดังกล่าวในโลโก้ไหมคะ

5. Sony Vaio

logo_sony vaio

สัญลักษณ์ V และ A สองตัวแรกในโลโก้แสดงถึงภาพสัญญาณอนาล็อค  ส่วนตัวอักษร I และ O แสดงถึงเลข 1 และ 0 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดิจิตอล  แต่เป็นที่น่าเสียดายที่โซนี่เองได้ประกาศยุติธุรกิจคอมพิวเตอร์ตัวนี้ไปเมื่อ 6 เม.ย. ปี 2014

6. Toblerone

logo_toblerone

ช็อคโกแลตเลื่องชื่อจากกรุงเบิร์นประเทศสวิสเซอร์แลนด์  เมืองนี้ได้สมญานามว่า The City of Bears  คุณผู้อ่านสังเกตเห็นรูปหมีซ่อนอยู่ในภูเขาไหมคะ

7. Baskin Robbins

logo_baskin robbins

หวาน ๆ กันต่อจากช๊อคโกแลตมาถึงไอศครีม  แฟนพันธ์ุแท้จะรู้ว่าไอศครีมยี่ห้อนี้มี 31 รสชาติให้เลือก  คุณผู้อ่านเห็นเขาระบุจำนวนดังกล่าวเป็นตัวอักษรสีชมพูที่อยู่บน B และ R ไหมคะ

8. Tour De France

logo_tour de france

ทานของหวานเยอะแล้วชวนกันมาปั่นจักรยานกับงาน Tour De France ซึ่งจัดที่ประเทศฝรั่งเศส  คุณผู้อ่านเห็นรูปจักรยานบนตัวอักษร TouR ไหมคะ  แถมล้อหลังยังเป็นสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์สดใสช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงที่จัดงานนี้ของทุกปี

9. Carrefour

logo_carrefour

Carrefour เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า Crossroad หรือทางแยก  ดังนั้นเราจึงเห็นลูกศรสองข้างทั้งซ้ายและขวาอยู่บนโลโก้ที่ใช้สีธงชาติฝรั่งเศส  ใบ้ให้อีกนิดว่าถ้าเราสังเกตดี ๆ จะเห็นตัวอักษร C บนพื้นขาวด้วยค่ะ

10. Audi

logo_audi

ไปฝรั่งเศสแล้วแวะมาเยอรมันบ้าง หลายคนสงสัยกันพอสมควรว่าห่วงทั้งสี่ของแบรนด์รถยนต์ยี่ห้อดังนี้เป็นตัวแทนของอะไร  เราอาจคุ้นเคยกับห้าห่วงโอลิมปิคว่าแต่ละห่วงเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละทวีป  สี่ห่วงของ Audi ก็เป็นตัวแทนสี่บริษัทซึ่งได้รวมกันใน Auto-Union Consortium ในปี 1932 ได้แก่ DKW, Horch, Wanderer, และ Audi

เรียบเรียงจาก:

http://www.dailyinfoCreditgraphic.com, wonderfulengineering.com

**********************************************************

คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสาระความรู้ที่แฟนเพจ “The Art of Growing”

The Art of Growing

11 แนวทางยกระดับการโค้ชให้เป็นมืออาชีพ

coaching_1

หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกับการโค้ชมาบ้าง  มากน้อยต่างกันไปตามประสบการณ์ที่ได้เรียนหรือได้ใช้  แต่เราทุกคนคงคุ้นเคยกับคำว่า มือสมัครเล่น VS มืออาชีพ

ที่นี้พอพูดถึงการโค้ช  เราอาจเกิดคำถามว่า “เส้นแบ่ง” ของคนที่สามารถโค้ชแบบมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น  เขาดูกันที่ไหน

ผู้เขียนในฐานะที่เป็นโค้ชมืออาชีพที่สอบผ่านกระบวนการ Certification จาก International Coach Federation (ในที่นี้จะใช้ชื่อย่อว่า ICF — http://www.coachfederation.org)  ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรกลางสนับสนุนการโค้ชทั่วโลกที่ใหญ่ที่สุดองค์กรหนึ่ง (ก่อตั้งเมื่อปี 1995 ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็น Certified Coach กว่าหมื่นคนใน 103 ประเทศทั่วโลก  มี 41 คนที่มาจากประเทศไทย — ข้อมูล ณ เดือน มี.ค. 2558)  ขอแบ่งปันเพื่อเป็นข้อมูลให้คนที่สนใจยกระดับการโค้ชของตนเองแบบมีแนวทาง  จะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าตนเองโค้ชแบบมวยวัดหรือเปล่า  หรือถ้าอยากข้ามไปชกแบบมวยสากลต้องทำอย่างไร

ICF แบ่งโครงสร้างการโค้ชแบบมืออาชีพเป็น 4 ด้าน 11 สมรรถนะด้วยกันคือ

ด้านที่ 1 การวางพื้นฐานการโค้ช (Setting the Foundation)

1. เข้าใจจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพการโค้ช (Meeting Ethical Guidelines and Professional standards) – สามารถแยกแยะได้ระหว่างการโค้ช (Coaching) การให้คำปรึกษา (Consulting) การทำจิตบำบัด (Psychotherapy) หรือการให้บริการด้านอื่น ๆ

2. ทำข้อตกลงเกี่ยวกับการโค้ช (Establishing the Coaching Agreement) – สามารถแยกแยะ แนะนำ กระบวนการการโค้ชให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง  ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบวิธีการ ความถี่ในการโค้ช  ความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชและผู้ถูกโค้ช (Coaching relationship)

ด้านที่ 2 การสร้างความสัมพันธ์ (Co-Creating the Relationship)

3. สร้างความไว้วางใจและใกล้ชิดกับลูกค้า (Establishing Trust and Intimacy with the Client) – สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและสนับสนุนการเรียนรู้กับตัวผู้ถูกโค้ช  แสดงออกถึงความจริงใจ  ให้เกียรติ  รักษาคำพูด  เคารพมุมมอง  เข้าใจจริตของผู้ถูกโค้ช  รวมถึงขออนุญาตผู้ถูกโค้ชเมื่อจำเป็นต้องแตะเรื่องที่อ่อนไหว (Sensitive area) ในกรณีที่เรื่องนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการโค้ชเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ

4. อยู่กับปัจจุบันขณะระหว่างทำการโค้ช (Coaching Presence) – สามารถปรับสไตล์ วิธีการโค้ชเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ถูกโค้ช (Dancing in the moment)  เปิดรับพื้นที่ของความไม่รู้และกล้าเสี่ยง (Goes with the gut)  ใช้อารมณ์ขันในบางครั้งเพื่อให้บรรยาการการโค้ชผ่อนคลายและมีพลัง  แสดงออกถึงความมั่นใจในการรับมือในกรณีมีอารมณ์รุนแรงโดยไม่ใช้วิธีเอาชนะหรือถูกกลืนไปกับอารมณ์เหล่านั้นจากตัวผู้ถูกโค้ช

ด้านที่ 3 การสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล (Communicating Effectively)

5. ฟังแบบมีประสิทธิผล (Active Listening) – สามารถเข้าใจความหมาย ความปรารถนาและสนับสนุนการแสดงออกถึงตัวตนของผู้ถูกโค้ช  ใช้กำหนดการ เป้าหมาย ความเชื่อที่มาจากผู้ถูกโค้ชโดยไม่ชี้นำจากสิ่งที่โค้ชตัดสินหรืออยากให้เป็น  แยกแยะคำ  การใช้น้ำเสียง  ภาษากาย  นัยยะในสิ่งที่พูดหรือแม้แต่สิ่งที่ไม่ได้พูด  ทบทวนความเข้าใจและสะท้อนกลับมุมที่ได้ยินจากผู้ถูกโค้ชเพื่อความชัดเจน

6. ถามคำถามที่ทรงพลัง (Powerful Questioning) – สามารถถามคำถามเพื่อให้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นกุญแจสำคัญในการโค้ช ถามคำถามที่แสดงถึงความเข้าใจมุมมองของผู้ถูกโค้ช ถามเพื่อกระตุ้นในเกิดการค้นพบ หยั่งรู้ พันธะสัญญาหรือการลงมือทำ ใช้คำถามปลายเปิดเพื่อให้เกิดความชัดเจน ความเป็นไปได้หรือการเรียนรู้ใหม่ ถามเพื่อพาผู้ถูกโค้ชไปยังสิ่งที่มุ่งหวังไม่่ใช่เพื่อตัดสินหรือจมอยู่กับอดีต

7. สื่อสารตรงไปตรงมา (Direct Communication) – สามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิผลและใช้ภาษาที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกกับผู้ถูกโค้ช (แต่ไม่ใช่อวย) ชัดเจน ตรงประเด็นในการให้ข้อมูลป้อนกลับ ระบุจุดประสงค์ในการโค้ช  รวมถึงเป้าหมายของเทคนิคหรือกิจกรรมที่ใช้ในการโค้ช ใช้ภาษาที่เหมาะสมโดยไม่แบ่งเพศ เชื้อชาติ หรือศัพท์เทคนิคเฉพาะกลุ่ม สามารถใช้คำอุปมาหรือเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพ

ด้านที่ 4 การอำนวยให้เกิดการเรียนรู้และได้ผลลัพธ์ (Facilitating Learning and Results)

8. สร้างความตระหนักรู้ (Creating Awareness) – สามารถผสานข้อมูล ประเมิน และแปรความหมายจากหลายแหล่งได้อย่างแม่นยำเพื่อช่วยให้ผู้ถูกโค้ชเกิดความตระหนักรู้และบรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้  ช่วยให้เห็นถึงประเด็นที่เป็นความกังวลที่ซ่อนอยู่ของผู้ถูกโค้ช  แยกแยะความเป็นจริงและการตีความ  ช่วยให้ผู้ถูกโค้ชได้ค้นพบความคิด ความเชื่อ มุมมอง อารมณ์ ความรู้สึกใหม่ที่สนับสนุนความสามารถในการลงมือทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย  ระบุถึงจุดแข็ง จุดที่เรียนรู้เพื่อเติบโตที่เป็นประโยชน์  ให้แรงบันดาลใจในการสร้างพันธะสัญญา

9. ออกแบบการลงมือทำ (Designing Actions) – สามารถสร้างโอกาสในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในขณะที่โค้ชหรือในสถานการณ์ในชีวิตจริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้  ช่วยเหลือให้ผู้ถูกโค้ชสามารถระบุการลงมือทำที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ถูกโค้ชสำรวจทางเลือก ไอเดีย ทางออกใหม่ ๆ  เฉลิมฉลองความสำเร็จและศักยภาพในการเติบโต  รวมถึงท้าทายสมติฐานหรือมุมมองเดิมเพื่อนำไปสู้ทางเลือกหรือความเป็นไปได้ใหม่ในการลงมือทำ

10. วางแผนและตั้งเป้าหมาย (Planning and Goal Setting) – สามารถพัฒนาและรักษาแผนการโค้ชได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สร้างแผนงานที่ระบุผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง วัดได้ และมีเวลาระบุ  ช่วยสนับสนุนให้ผู้ถูกโค้ชสามารถระบุหรือเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ

11. การบริหารความก้าวหน้าและความรับผิดชอบ (Managing Progress and Accountability) – สามารถดึงความสนใจของผู้ถูกโค้ชให้โฟกัสในสิ่งที่สำคัญรวมถึงทำให้ผู้ถูกโค้ชรับผิดชอบในการลงมือทำด้วยตนเอง  ติดตามความคืบหน้าของแผนการลงมือทำของผู้ถูกโค้ช  รับรู้ เข้าใจถึงสิ่งที่ผู้ถูกโค้ชลงมือทำหรือไม่ได้ลงมือทำ  ช่วยให้ผู้ถูกโค้ชมีวินัยในตนเองเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย

ของเหล่านี้เป็นทักษะ  ซึ่งหมายความว่าไม่มีโค้ชคนไหนเป็นตั้งแต่เริ่ม  และเป็นสิ่งที่ฝึกฝนกันได้  ใน Blog ถัด ๆ ไปจะนำเรื่อง How-to หรือเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละหัวข้อมาฝากกันค่ะ

**********************************************************

คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสาระความรู้ที่แฟนเพจ “The Art of Growing”

The Art of Growing