Mindset: “ติดกรอบ” หรือ “ติดกับ” 2 กับดักความคิดที่หยุดเราไว้ไม่ให้ลงมือทำ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าคำว่า กรอบความคิด หรือ Mindset นี้
เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น
ถ้าจะเปรียบเทียบเป็นรูปภาพ
ก็สามารถเทียบได้กับส่วนล่างของภูเขาน้ำแข็ง

เราคงเคยได้ยินคำว่า Iceberg หรือภูเขาน้ำแข็งกันใช่ไหมคะ
ด้านบนที่โผล่พ้นน้ำมาเปรียบเหมือนพฤติกรรมที่คนอื่นเห็นเรา
ส่วนล่างที่อยู่ใต้น้ำที่เราไม่เห็นนี่สิ
มันใหญ่โตมากมายเปรียบเหมือนสิ่งที่มีอิทธิพลต่อสิ่งที่เราทำ
ไม่ว่าจะเป็น ความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ในอดีต
ความมุ่งมั่น  แรงจูงใจ เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้เป็นตัวที่สร้างให้เรามีวิธีคิดหรือกรอบความคิด
ซึ่งส่งผลให้เรามีพฤติกรรมอย่างหนึ่งอย่างใด

Iceberg

คนหลายคน “ติดกรอบ” หรือกับดักทางความคิดของตนเอง
และเป็นสาเหตุหนึ่งที่เราหาเหตุผลมารองรับ
การที่เราไม่ได้ลงมือทำ

วันนี้เก๋มี 2 กรอบความคิดหลัก ๆ
ที่รวบรวมจากประสบการณ์การที่ได้โค้ช
และรับฟังมุมมองต่าง ๆ จากลูกค้าหลากหลาย
ที่ได้พูดคุยและให้คำปรึกษาที่ผ่านมา

กรอบที่ 1: I am not the cause of the matter
(ฉันไม่ใช่สาเหตุหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น)

ลองมาเล่นเกม “ใครผิด” ดูสิคะ
เช่น ถ้าเราถูกถามว่า “ทำไมคุณถึงมาสาย?”
เราจะตอบว่าอะไรบ้างคะ
…………………….

รถติด  ไม่มีที่จอดรถ  หลงทาง
ใครผิดล่ะคะ  การจราจรหรือ?
ถ้าเรารู้ว่าการจราจรติดขัดอยู่แล้ว
สิ่งที่เราทำได้คือ วางแผนการเดินทางเผื่อให้เร็วขึ้น

traffic

เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้น
ธรรมชาติมนุษย์มักหาสาเหตุที่อยู่นอกตัวก่อน
และสาเหตุที่อยู่นอกตัวมักไม่ง่าย
ที่จะไปเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์
เพราะหลาย ๆ อย่างเราควบคุมมันไม่ได้
แต่ถ้าเรามองและเปิดใจยอมรับว่า
เราเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุของปัญหาหรือสิ่งที่เกิดขึ้น
เราจะเริ่มรู้สึกรับผิดชอบที่จะหาหนทางแก้ไขปรับปรุงมัน

เช่น ลูกน้องของเราทำงานไม่ดี
ถ้าเรามองว่าสาเหตุคือเขาเป็นคนหัวไม่ไว  ปรับตัวช้า
เราจะไม่สามารถมีส่วนในการแก้ไขใด ๆ ได้ (I’m not the cause of the matter)
แต่ถ้าเรามองว่าเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งในฐานะหัวหน้า
ที่สามารถทำให้เขาเปลี่ยนแปลงตนเองได้ “จากการกระทำของเรา”
เราจะเริ่มมี Mindset ที่จะลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหา (I’m a part of it)
How to หรือวิธีการที่จะปรับ Mindset เราคือ
การถามตนเองว่า “เราจะมีส่วนช่วยลูกน้องในเรื่องนี้ได้อย่างไร?”

subordinate

เรื่องนี้จะไปตรงกับอุปนิสัยหนึ่งที่สำคัญจากหนังสือ
Seven Habits of Highly Effective People
หรือ 7 อุปนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูง
ของ ดร. สตีเฟ่น โควีย์
อุปนิสัยข้อนี้บอกให้เรา
Be Proactive (เชิงรุก)
เพราะคนที่ Proactive จะไม่กล่าวโทษ (Blaming) สิ่งรอบตัว
ตรงกันข้ามกับคน Reactive (เชิงรับ)
ที่มองเห็นตนเองเป็นผลกระทบหรือเหยื่อของสิ่งที่เกิดขึ้น

7 habits

พอกรอบความคิดคิดว่าตนเองเป็นเหยื่อ
ภาษาของคน Reactive ที่ใช้พูดกับตนเองคือ
I can’t (ฉันไม่สามารถ……)
I have to (ฉันจำเป็นต้อง…..)

ในขณะที่คนที่มี Mindset แบบ Proactive จะใช้ภาษาที่ต่างกันคือ
I can (ฉันสามารถที่จะ…..)
I prefer (ฉันเลือกที่จะ……..)
I will (ฉันจะ…………………)

กรอบที่ 2: I don’t want to change
(ลึก ๆ แล้วฉันไม่ได้อยากทำหรืออยากเปลี่ยน)

คนเราเวลา “ไม่อยาก” ทำอะไร
สมองมักจะสั่งการให้หาเหตุผลมาสนับสนุนค่ะ
แล้วเราเลยเข้าใจผิดว่าเรามี “เหตุผล
จริง ๆ เราหาเหตุผลมาสนับสนุน “แรงขับเคลื่อนในการตัดสินใจ

มาลองดูกันอีกสถานการณ์หนึ่งค่ะ
สมมติว่าเราทะเลาะกับเพื่อนคนหนึ่ง
และรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากที่จะไปกล่าวขอโทษเขา
หลังจากที่เราพบว่าเราเข้าใจเขาผิด

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว
เรายังไม่ได้เอ่ยปากขอโทษเขาสักที
ถามว่า “ทำไม?”
…………………

ไม่ได้เจอหน้ากัน…..
โทรไปแล้วเขาไม่รับ…..
กำลังคิดหาคำพูดอยู่ ฯลฯ
ประเด็นคือเรายังไม่ “อยาก” โทรค่ะ
ความ “อยาก” ยังไม่มากพอ
หากเปรียบเทียบกับอุปสรรคจากข้างในใจ

แต่ถ้าสถานการณ์เปลี่ยน  เกิดมีบางอย่างที่ทำให้เรารู้ว่า
เพื่อนเราคนนี้กำลังจะจากไปด้วยโรคร้ายบางอย่าง
เราอาจจะพยายามทุกวิถีทางที่จะได้พูดคุยขอโทษเขา
ก่อนจะไม่มีโอกาสสุดท้าย

เหตุการณ์นี้บอกอะไร?
คนเราเวลาจะลงมือทำหรือต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง
มันต้องมี Why ที่ใหญ่พอค่ะ
Why ในที่นี้เป็นแรงจูงใจหรือแรงขับเคลื่อน
Why เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีเหตุผลเพียงพอที่จะลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่าง
โดยเฉพาะถ้าบางอย่างนั้นเป็นพฤติกรรมใหม่ ๆ ที่เราไม่คุ้นเคย

why

แล้วจะหา Why อย่างไร?
หลัก ๆ มาจากคำถามสองลักษณะค่ะ
1) ทำแล้วได้อะไร (แรงจูงใจด้านบวก)
2) ถ้าไม่ทำแล้วเสียอะไร (แรงจูงใจด้านลบ)

โดยสรุป
สิ่งที่มีผลต่อการลงมือทำของเราที่สำคัญ
และหลายครั้งเป็นส่วนที่เรามักมองข้าม
คือ กรอบความคิดหรือ Mindset
ลองตรวจสอบตนเองดูนะคะว่า
เรา “ติดกรอบ” หรือ “ติดกับดัก” อะไรบางอย่างข้างต้นอยู่หรือเปล่า?

**********************************
คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสาระความรู้ล่าสุดที่แฟนเพจ “The Art of Growing”
The Art of Growing

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s