Coaching by Story: ถึงมือหมอ

ขอประเดิมโพทส์แรกของปี 2016
ด้วย Story จากหนังสือ Bestseller เล่มหนึ่ง
(ยอดขายกว่า 1,200,000 เล่มทั่วโลก)
ที่ชื่อว่า “Leadership and Self-deception:
Getting out of the box.”

deception cover

ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
กลางกรุงเวียนนาในช่วงศตวรรษที่ 19
มีสูตินรีแพทย์ท่านหนึ่งชื่อ
Ignaz Semmelweis (อิกแนตซ์ เซมเมลไวส์)
นายแพทย์ท่านนี้พยายามหาสาเหตุของอัตราการเสียชีวิต
ในแผนกทำคลอดที่ตนทำงานอยู่

กล่าวคือผู้หญิงหนึ่งคนจากทุก ๆ สิบคน
จะเสียชีวิตจากการคลอดลูกที่นี่
นั่นทำให้ผู้หญิงบางคน
ยอมคลอดลูกข้างถนนแล้วค่อยมาที่โรงพยาบาล!

นายแพทย์ท่านนี้พยายามทุกวิถีทาง
ควบคุมตั้งแต่ท่าทำคลอดบุตร
ระบบระบายอากาศ อาหารการกิน
รวมไปถึงการซักรีดเสื้อผ้าคนไข้
แต่ก็ไม่พบสาเหตุที่สามารถอธิบายได้

vienna 1

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่นายแพทย์ท่านนี้
ต้องไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลอื่นเป็นเวลาสี่เดือน
เมื่อกลับมาเขาพบว่าอัตราการเสียชีวิต
ลดลงอย่างฮวบฮาบช่วงที่เขาไม่อยู่

เขาพยายามหาสาเหตุของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
และเริ่มสังเกตว่าสิ่งที่แตกต่างช่วงที่เขาไม่อยู่คือ
หมอคนที่มาทำงานแทนเขาช่วงสี่เดือนนั้น
ไม่ใช้เวลาในการวิจัยศพมากเหมือนเขา
(โรงพยาบาลที่เขาอยู่เป็นโรงพยาบาลที่เน้นการวิจัย
หมอที่นี่จะใช้เวลากับการรักษาผู้ป่วยและวิจัยศพด้วย)

เขาพึ่งตระหนักรู้ว่าเชื้อโรคจากมือหมอที่ทำการวิจัยศพ
ได้ติดมาและแพร่ไปสู่คนไข้ที่สุขภาพดี
เขาจึงกำหนดนโยบายให้หมอต้องล้างมือ
ด้วยสารละลายคลอรีนผสมปูนขาวก่อนตรวจคนไข้

และนั่นทำให้อัตราการเสียชีวิตลดฮวบลง
เหลือเพียง 1 ต่อ 100
สรุปว่าหมอทำคลอดนั่นเอง
ที่เป็นนักบุญและเพชรฆาตในคนเดียวกัน!

เก๋นำเรื่องนี้มาแบ่งปัน
เพราะได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของ
The Stolen Cookies @ Airport อันโด่งดัง
ที่คุณผู้อ่านหลาย ๆ คนคงเคยผ่านตามาบ้างแล้ว
(อ่านเรื่องเต็มได้ที่นี่)

บทสะท้อนกลับ (Reflection):
เรื่องราวของนายแพทย์นี้บอกอะไรกับเรา?

ในหนังสือเล่มนี้พูดไว้น่าสนใจว่า
Self-deception (การหลอกลวงตนเอง)
หรือคุณผู้อ่านจะเรียก “มโน” หรือ “จิ้น” ก็ได้
แล้วแต่วัยของคุณจะเรียกร้อง 🙂

คือการที่คน ๆ หนึ่งไม่ได้มองเห็นว่า
เขานั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา
เพราะคนเรามักชี้นิ้วไปที่คนอื่น (ภาวะ Self-deception)

เช่น ลูกน้องไม่เข้าใจโครงงานที่อธิบาย
ทั้ง ๆ ที่เราก็พูดไปหลายรอบ
นั่นก็เพราะลูกน้องคิดช้า ไม่ฉลาด ไม่เอาใจใส่
แต่ไม่เคยถามตนเองว่าอธิบายยากไปไหม
พูดเร็วไปไหม ใช้ศัพท์เทคนิคเกินไปไหม

ถ้ามีการสอบแล้วผลคะแนนออกมาน้อย
นั่นก็เพราะครูสอนไม่ดี  ไปขอแล้วเพื่อนไม่ติวให้
ตื่นสายไปสอบไม่ทัน  ข้อสอบยาก
บลา บลา บลา…….
คิดดูสิ ข้อสอบอยู่ของมันเฉย ๆ
ยังเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาของเราได้!

และถ้าเมื่อใดก็ตามที่เรายังไม่เห็นว่า
เราเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหา
เราจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
เพราะเราเห็นตนเองเป็น “เหยื่อ”
ของเรื่องร้ายที่เกิดขึ้น

leonado

ปีใหม่นี้จึงขอให้เป็นปีที่เราได้
Awake and Aware กันนะคะ!

ชยสาโร

**********************************
คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสาระความรู้ล่าสุดที่แฟนเพจ “The Art of Growing”
The Art of Growing

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s