The One Thing: 3 ข้อคิดเปลี่ยนชีวิตให้สำเร็จแบบง่าย

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน
เริ่มต้นปีใหม่มาได้ครบ 1 เดือนเต็มแล้ว
เป้าหมายของเราในปี 2016
ที่เขียนไว้เมื่อตอนต้นปี
ตอนนี้ไปถึงไหนแล้วคะ

ที่เกริ่นแบบนี้เพราะ
เข้าใจเลยค่ะว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
ทุกคนยุ่งมว๊ากกกก
จนยังไม่ได้เริ่มอะไรสักเท่าไร
ใช่ไหมคะ 🙂

อาการสามัญประจำบ้านค่ะ
เป็นกันทุกคน
มีกันทุกบ้าน
กับคำว่า “ยุ่งจนลืม”

book_the one thing

วันนี้เก๋เลยขอแนะนำเทคนิค
จากหนังสือ Bestseller อีกเล่มหนึ่ง
จากทำเนียบของ Wall Street Journal
ที่ชื่อว่า “The One Thing

หนังสือเล่มนี้ทำให้เรา
ใช้ชีวิตแบบ LESS is MORE
เข้าทำนอง Work Smart, not Work Hard
ยืนอยู่บน Simple truth (ความเป็นจริงที่เรียบง่าย)
ที่เรามักมองข้าม ยกตัวอย่าง เช่น

1. โลกนี้ไม่มีอะไรเท่าเทียม (Equality is a lie)
คนชอบคิดว่าอยากทำนี่ นู่น นั่น
ซึ่งในความเป็นจริงเรามัก Overly committed
พอหมดวันก็พบว่าทำได้ไม่ถึงครึ่งเดียว
ของ To do list ที่ตั้งใจไว้

to do list

ประเด็นคือ เราควรมี Focus ในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำ
เลือกเฉพาะกิจกรรมที่ใช่จริง ๆ
คัด To do list มาเป็น Success list
โดยตัดข้อที่เป็นสิ่งที่ “น่าจะทำ” ออก
ให้เหลือแต่สิ่งที่ “ควรทำ”
รู้จักปฏิเสธให้เป็น!

2. ใช้ชีวิตแบบมีวินัย ซึ่งไม่จำเป็นเลย!
ความสำเร็จไม่ได้จำเป็นต้องมาจาก
ความมานะบากบั่นเป็นระยะเวลานาน ๆ เท่านั้น
ทางลัดคือความสำเร็จมาจากการทำสิ่งที่ใช่
ไม่ใช่ทำทุกอย่างให้ใช่
(Doing the right thing VS.
Doing everything right)
ซึ่งการทำแบบนั้นมันดึงพลังงานในการใช้ชีวิตของเราไป

3. ชีวิตที่สมดุลคือเรื่องลวงตา
(A balanced life is a lie)
อันนี้ชอบค่ะเพราะหลายครั้งเราก็ตีความผิด
มันลวงเราตรงคำว่า Balance นี่แหละ

ยกตัวอย่างเช่น ตรงกลางของ 10 คือ 5
กินข้าวก็เลยกินแบบกลาง ๆ
ไม่ดีเวอร์ ไม่แย่จนน่าเกลียด
ทำงานก็ทำแบบกลาง ๆ
มาก ๆ เดี๋ยวเหนื่อย น้อยไปเดี๋ยวเฉื่อย
จนมาลงเอยว่า
“ชีวิตที่น่าเบื่อ” (I have no life)

ซึ่งในความเป็นจริงความมหัศจรรย์คือ
การใช้ชีวิตแบบเต็มที่สุด ๆ
ณ เรื่องหนึ่งเรื่องใดชั่วเวลาหนึ่ง
แล้วถอยกลับมาใช้ชีวิตในอีกมุมหนึ่ง ณ ช่วงเวลาอื่น
บวกกลบลบหนี้ ก็เลยพอดีกับคำว่า “สมดุล”
คือมันไม่ต้องสมดุลทุกขณะเวลา
และในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ขนาดนั้น
แต่ขอให้สมดุลในช่วงเวลาช่วงหนึ่งช่วงใด

iceberg

ในหนังสือเก๋ชอบรูปเปรียบเทียบรูปหนึ่ง
เป็นรูปภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg)
บอกไว้ว่าคนที่มีผลลัพธ์ในชีวิต (Productivity)
มาจากคนที่จัดลำดับความสำคัญ (Priority)
และที่เขาจัดลำดับความสำคัญได้
เพราะเขารู้ว่าเขาต้องการอะไร (Purpose)

มีจุดมุ่งหมายแต่ไร้ลำดับขั้น
ก็ไม่ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างสดชื่น มีพลัง
เหมือนเรามีเข็มทิศในชีวิต
แต่ไร้นาฬิกาในการดำเนินชีวิต
เป็นสภาพว่ารู้นะว่าเราจะไปไหน
แต่กำหนดก้าวที่เดินไม่ถูก
เห็นดาวเหนืออยู่ไกล ๆ
แต่กะไม่ได้ว่าต้องเดินกี่ก้าว ใช้เวลาเท่าไร

โฟกัสสำหรับเราจึงเท่ากับคำว่า
เราจะทำอะไร?
พอ ๆ กับคำว่า
เราจะไม่ทำอะไร?

คุณผู้อ่านล่ะคะ มีอะไรในชีวิต
ที่คุณให้คำมั่นว่าจะ “ไม่ทำ” บ้างคะ?

**********************************
คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสาระความรู้ล่าสุดที่แฟนเพจ “The Art of Growing”
The Art of Growing