มุมไบในความทรงจำกับประสบการณ์ Beyond

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019 เก๋ได้รับเชิญให้ไปรับรางวัล “101 Global Coaching Leader”
จากสถาบัน World HRD Congress
สถานที่จัดงานคือเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย

award 1

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าอินเดียไม่ใช่ประเทศในฝันของฉัน
และไม่ได้อยู่ใน Wish list
ตอนแรกคิดอยู่เหมือนกันว่าจะไปดีไหมในประเทศที่ไม่เคยไป และต้องไปคนเดียว
จนแฟนแซวว่าฉันชอบชวนลูกค้าออกนอก Comfort zone
ถึงตาตัวเองบ้างก็ควรออกมา Explore เรื่องที่ไม่เคยทำ หรือกล้า ๆ กลัว ๆ เสียบ้าง

ถ้าพูดถึงอินเดียฉันก็จะนึกถึงทริปแสวงบุญต่าง ๆ
แต่คราวนี้เป็นงาน Conference
และผู้จัดก็เลือกจัดงานที่โรงแรมห้าดาวที่มีชื่อว่า Taj Lands End
ฉันเลยเลือกพักที่โรงแรมที่จัดงานเสียเลย
ลึก ๆ คือกลัวค่ะ  ไม่อยากออกไปไหนให้เสี่ยง
Survival Brain มันทำงานชัดเจนมาก

taj 1
วิวด้านนอกของโรงแรม

เห็นวิธีคิดของตัวเองชัดมากขึ้น
ตอนตัดสินใจเลือก Package ห้อง
เพราะเลือก Upgrade ห้องแบบมีรวมบริการใช้ Club Lounge
ได้ห้องกว้างขึ้น อยู่ชั้นเกือบบนสุด (กลายเป็นชนชั้นบนไป)
ได้เห็นวิว Arabian Sea แบบ Top View อันสวยงาม
มีบริการ High Tea และของว่างช่วงบ่าย
หรือจะมาดื่ม Cocktail พร้อมอาหารเบา ๆ ได้ช่วงหัวค่ำ
พร้อมรถรับส่งจากสนามบินถึงโรงแรม
ส่วนอาหาร 3 มื้อนั้นไม่ต้องห่วงอยู่แล้ว เช้ากินในโรงแรม
กลางวันและค่ำมีรวมอยู่ใน Conference package
นั่นอีกแหละค่ะ  ลึก ๆ วิธีคิดตัดสินใจคือมันบอกตัวเองว่าจะไม่ออกไปไหน
จะกินนอน ประชุมมันอยู่ในโรงแรมทั้ง 4-5 วันนั่นแหละ!

room 7
วิวจากห้องพักของฉัน โรงแรมอยู่ติด Arabian Sea

แต่การที่ได้มาพักโรงแรมที่ให้ประสบการณ์ที่ดี
ก็ทำให้ความทรงจำกับมุมไบเป็นความประทับใจ
ขอรวมเรียกประสบการณ์การพักที่นี่ว่า Beyond ละกันค่ะ
ที่ใช้คำว่า Beyond เพราะมันบรรยายความรู้สึกฉันตอนพักโรงแรม
1) ขออะไรไม่เคยได้ตามที่ขอ  มักได้รับบริการ “เหนือ” กว่าที่ Request ไว้ตลอด
2) มี Surprise กับบริการและผู้ให้บริการที่นี่เป็นระยะ ๆ และจากหลาย ๆ Touchpoint (หลายแผนก)

บินคราวนี้เลือกบินกับสายการบิน Jet Airways ของอินเดียค่ะ
ตั้งใจเลือก Flight ที่ไม่ไปถึงสนามบินมุมไบหลังพระอาทิตย์ตกดิน
เราจึงบ๊ายบายเอื้องหลวงและ Thai Smile ไปโดยปริยาย
และเหตุผลของเราคงดูขำ ๆ
แต่ Survival brain เราทำงานตั้งแต่ตอนจองที่พักและสายการบินแล้ว

1) เช็คอิน
เอาว่าตั้งแต่ลงจากรถเข้าโรงแรมเพื่อเช็คอิน
ก็จะมีเจ้าหน้าที่ต้อนรับพาฉันไปรอที่โซฟาในโถง
เพื่อเขาจะไปจัดการเช็คอินที่เคานเตอร์ให้  ฉันไม่ต้องไปเอง
ระหว่างรอก็จะมีเจ้าหน้าที่ต้อนรับผู้หญิงแต่งตัวสวยงามในชุดประจำชาติ
นำสร้อยไม้มาคล้องคอฉัน (โทนมันเหมือนพวงมาลัยกล้วยไม้คล้องคอต้อนรับแขกต่างชาติน่ะค่ะ)
พร้อมกับขออนุญาตฉันก่อนท่องบทสวดอะไรสักอย่างกับถาดดอกไม้ของเธอ
ฉันฟังไม่ออก แต่เก็ทว่าเหมือนอวยพรต้อนรับ
ด้วยความที่ Flight ฉันมาถึงแต่เช้า (9.35 am) ฉันเลยมาก่อนเวลาเช็คอินปกติไปมาก (2 pm)
แต่เขาก็หาห้องให้ฉันเข้าไปพักก่อนจนได้  พร้อมกล่าวขอโทษฉันเป็นการใหญ่ที่ต้องให้รอสักพัก
ใจฉันคิดว่าไม่ต้องขอโทษขอโพยอะไรมากก็ได้  ฉันเองต่างหากที่มาก่อนเวลาไปมาก
แต่ก็ขอบคุณที่เขาจัดหาให้ได้

reception 1
ระหว่างนั่งรอให้พนักงานต้อนรับไปเช็คอินห้อง
reception 2
พนักงานต้อนรับแต่งตัวสวยงาม มาพร้อมกับถาดดอกไม้และสร้อยคอ

2) บริกรยกกระเป๋า
หลังจากนั้นฉันก็ขึ้นไปรอกระเป๋าเดินทางบนห้อง
พอบริกรเอากระเป๋าวางของในห้องเขาคงสังเกตเห็นฉันง่วนจิ้มโทรศัพท์
คือฉันพยายาม Set-up Wifi อยู่
เขาเดาใจฉันถูกค่ะ  รีบถามว่าเธอต้องการ Wifi ใช่ไหม
พร้อมรีบไปหยิบการ์ดห้องที่ระบุรหัสมาให้
เป็นความช่างสังเกตที่เกินหน้าคนยกกระเป๋าค่ะ
แถมถามฉันต่อว่าเธอเพิ่งมา ต้องการไปไหนหรือทำอะไรหรือเปล่า
ฉันก็เอ่ยชื่อสถานที่ที่ท่องมาล่วงจาก Web แนะนำการท่องเที่ยว
คนยกกระเป๋าถามต่อค่ะว่าฉันมีเวลาเท่าไร
แล้วช่วยประเมินให้เสร็จสรรพว่าที่ไหนควรไปในเวลาครึ่งวันที่ฉันมี
(ฉันมี Networking night วันนั้นกับผู้ร่วมงานคนอื่นก่อนเริ่มการสัมมนาในวันรุ่งขึ้น)
พร้อมบอกเราว่าถ้าเธอต้องการ เขาสามารถจัดหารถรับส่งตามสถานที่ที่ฉันอยากไปได้นะ
นี่ฮีก็กลายร่างเป็นไกด์แนะนำการท่องเที่ยวให้ฉันในวันแรกที่ฉันยังเบลอ ๆ

3) เจ้าหน้าที่ Front Desk
ตอนนี้ท้องร้องค่ะ เพราะอาหารบน Jet Airways ฉันไม่ถนัดจริง ๆ
แอบสารภาพด้วยว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เดินทางต่างประเทศแล้วขนมาม่าและคัพโจ๊กใส่ในกระเป๋ามาด้วย
แฟนที่บ้านเห็นแล้วขำในพฤติกรรมแปลกใหม่ของฉัน
เพราะปกติฉันก็เดินทางไปหลายประเทศและเป็นคนทานอาหารไม่ยากค่ะ
แต่ฉันกังวลตั้งแต่ก่อนมาว่าจะกินได้ไหม
ทั้ง ๆ ที่เพื่อนคนไทยก็บอกว่าอาหารเช้าที่ Taj Lands End นั้นรสเลิศ

ทีนี้ฉันก็มองหากาต้มน้ำร้อนสิคะเพราะจะนำมาม่ามาโซ้ยก่อนค่อยนั่งคิดอ่านวางแผนช่วงบ่ายที่เหลือ
หาไม่เจอค่ะคุณ  และมั่นใจมากกว่าห้องระดับนี้ไม่มีกาต้มน้ำเป็นไปไม่ได้
ว่าแล้วก็ลงไปถามเจ้าหน้าสักคนที่เคานเตอร์
คำตอบที่ได้รับคือเขาถามฉันกลับว่าอยู่ห้องเบอร์อะไร
แล้วเขาก็หลับตาจินตนาการ Layout และเฟอร์นิเจอร์ในห้อง
พร้อมบอกตำแหน่งกาต้มน้ำว่าวางไว้อยู่ในเก๊ะตรงนี้ ถัดมาจากโคมไฟของเธอตำแหน่งนี้
ประหนึ่งเหมือนบอกลายแทงกันทีเดียว
และฮีแม่นมากค่ะ  มันอยู่ตรงนั้นเลยตอนฉันกลับมาดู
สิ่งที่ Amaze คือฮีท่องและจดจำ Layout ของห้องในแต่ละชั้นที่ต่างกันได้กระนั้นเชียวหรือ
มันทำให้แขกที่พักอย่างฉันรู้สึกปลอดภัยและสบายใจว่าเราอยู่ในการดูแลของคนที่รู้จริงในงานที่ทำ


4) บริกรในห้องเลานจ์
มีบางวันฉันสัมมนามาทั้งวันก็รู้สึกเพลีย ๆ เพราะหัวข้อเยอะมากในแต่ละห้องย่อย (ตั้งแต่ 9 am-7 pm)
ไม่นับรวม Dinner ทุกคืนที่เป็น Networking night ตั้งแต่ 8-10 pm
ช่วงค่ำ ๆ ที่เขาให้เบรคฉันเลยมานั่งดื่มที่ The Taj Club
ห้องเงียบเป็น Private Lounge ดีค่ะ
มองไปเห็นวิว Arabian Sea ยามพระอาทิตย์ตกดิน
คือเวลาเหน่ื่อย ๆ มานั่งปุ๊บฉันก็แจ้งบริกรแบบสิ้นคิดเลยว่าขอสไปรท์สักแก้ว
บริกรในห้องเลยถามฉันต่อว่าแน่ใจเหรอ Madam เธออยากรับ Cocktail สักแก้วไหม
ไอ้เราก็เออก็ดีนะ  แล้วก็สั่ง Pina Colada
ตอนเขามาเสิรฟ์คุณบริกรก็ถามฉันต่ออีกว่า เธออยากได้ถั่วหรือ Snack มาทานแกล้มบ้างไหม
เราก็ว่าไม่เลวนะ  ขอสักที่ก็ดี
สุดท้ายก็เลยได้จิบ Cocktail แกล้ม Cashew nut เม็ดโต ชมพระอาทิตย์ตกดิน
ก็เลยรู้สึกขอบคุณคนให้บริการที่เขาคิดเผื่อ
เพราะแค่เขาเสริฟ์สไปรท์ทื่อ ๆ ตามที่ฉันสั่งแต่แรกก็ Meet customer’s expectation แล้ว
แต่อย่างที่บอกล่ะค่ะว่าประสบการณ์ที่นี่มัน Beyond
และเขาไม่ได้ Up-sell หรอกค่ะ  เพราะฉันไม่ได้ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม
ทุกอย่างมันถูกรวมอยู่ใน Package ที่ฉันซื้ออยู่แล้ว


5) พ่อบ้านประจำชั้น
เพิ่งได้ Feel กับคำว่า “ใส่ใจในรายละเอียด” ก็ตอนมาเห็นว่า
พวกนามบัตรบนโต๊ะทำงาน และเครื่องสำอาง Toiletry ในห้องน้ำที่ฉันวาง ๆ ไว้สะเปะสะปะ
มันถูกจัดเรียงบนผ้าลูกไม้อย่างเป็นระเบียบที่พ่อบ้านประจำชั้นนำมาประดับเพิ่มให้
คือสารภาพว่ารู้สึกเขินนิดหน่อยที่ข้าวของตัวเองวางไม่เป็นระเบียบ
และมันถูกนำมาวางจัดเรียงโดยคนอื่นอย่างตั้งใจ


ทุกวันค่ำ ๆ คุณพ่อบ้านประจำชั้นก็จะนำกลีบกุหลาบมาร้อยเรียงเป็นรูปดอกไม้
วางไว้ตามหัวมุมใกล้ ๆ กับสวิสต์ไฟตามมุมต่าง ๆ
เป็นความใส่ใจของพ่อบ้านประจำชั้นที่ฉันไม่เคยเห็นหน้า

room 9

มีคืนสุดท้ายก่อนกลับเขามาเคาะประตูห้องถามว่าเธอกลับพรุ่งนี้ใช่ไหม
เราก็ตอบไปพร้อมกับงง ๆ ในใจว่าถามเพื่อไร
เขาหายไปสักพักและกลับมาพร้อมถุงผ้าที่ใส่ Toiletry อุปกรณ์ทำเล็บ
ซึ่งปกติไม่ได้มีอยู่ในอุปกรณ์ Standard ที่โรงแรมเตรียมไว้ให้

room 11

6) ห้องอาหารเช้า
พอวันท้าย ๆ ฉันเริ่มเพลีย ๆ เพราะ Agenda ยาวและมี Networking ถึงดึกทุกคืน
บางเช้าในห้องบุฟเฟต์ฉันเลยตั้งใจไปนั่งมุมไกล ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน
ยอมเดินตักอาหารไกลหน่อย  แต่ก็ได้นั่งกินอะไรเงียบ ๆ ชมทะเลของฉันไป
แต่ก็ไม่วายหลุดรอดสายตาของบริกรผู้เอาใจใส่
เช้านั้นฉันนั่งโดยที่อย่างน้อยมีคนเดิมมาดูฉัน 3-4 รอบเพียงเพื่อที่จะถามฉันว่า
ทุกอย่างโอเคไหม  มีอะไรขาดเหลือให้ฉันช่วยคุณได้บ้าง
โถ….ฉันหนีมาไกลยังอุตส่าห์ไม่หลุดรอดสายตาพวกคุณเนอะ
อีกเรื่องที่ชอบในห้องอาหารเช้าคือการได้ดื่มชานมท้องถิ่นอุ่น ๆ ผสมเครื่องเทศที่ชื่อว่า Chai
วิธีเสริฟ์เขาก็ไม่ธรรมดา  แทนที่จะให้แขกหยิบแก้วไปรินจากกา
เขาเสริฟ์แบบในรูปค่ะ  ได้บรรยากาศไปอีกแบบ


7) เรื่องอื่น ๆ
มานั่งประมวลดู ฉันได้รับ Surprise gifts มาหลายครั้ง
ถึงจะเป็น Gift ที่ถูกตระเตรียมไว้แล้วก็เถอะ
แต่มันก็ถูกออกแบบมาให้แขกรู้สึก Surprise ในแต่ละช่วง
ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอตอนเช็คอิน
ถุงผ้าพร้อมชุดล้างเล็บจากคุณพ่อบ้านประจำชั้น
หรือแม้แต่ตอนเช็คเอาท์
พนักงานแคชเชียร์บอกว่ารอแพร็บนะ  ฉันมี Gift มอบให้
ว่าแล้วเขาลุกไปหยิบถุงผ้าเล็ก ๆ ข้างในเป็นสร้อยข้อมือ
เห็นแว๊บแรกคิดในในว่าเออนะ เดี๋ยวจะใส่ให้เข้าชุดกับสร้อยคอที่ได้มาวันแรก

อีกเรื่องที่ทำให้ฉันสบายใจคือลุ๊คที่เนี๊ยบดูสะอาดของบริกร
คนอินเดียเวลาไม่ยิ้มหน้าตาอาจจะดูดุสำหรับเรา
หนวดเคราเอย ผมดกดำเข้มตลอดเวลา
ฉันรู้สึกกังวลเล็กน้อยยามไปเดิมใน City หรือ Mall ในวันแรกที่มาถึง
วันแรกฉันไม่ได้ไป Tourist attraction
แต่เลือกไปสถานที่ที่ไม่ไกลมากจากโรงแรมเพราะมีงานตอนเย็นนั้น
ฉันเลยเป็นต่างชาติอยู่คนเดียวค่ะ  เป็นจุดเด่นมาก  รู้สึกแปลกแยกอย่างเห็นได้ชัด
คนอินเดียเขาอาจไม่ได้ดุอะไร  แต่เขาก็ไม่ใช่สยามเมืองยิ้มอย่างเรา
คนให้บริการข้างนอกจะลุคแบบหนวดเคราเฟิ้มสักนิด
ในขณะที่เมื่ออยู่ในโรงแรม พนักงานทุกคนจะโกนหนวดเรียบร้อย
หวีผมใส่เจลเรียบแปล้ ดูแล้วสบายใจยิ่งนัก

ในรูปด้านล่างฉันไปทำผมที่ร้านในเมืองค่ะ
คนที่เมืองไทยเห็นรูปพากันบอกว่าช่างกล้านะเธอ
บอกว่าเหมือนฉันอยู่กับผู้ก่อการร้าย
แต่พนักงานเขาสุภาพค่ะ เพราะฉันเลือกร้านไม่โลโซนัก
กลัวตายเหมือนกัน  แต่คุยกันเมื่อยมือนิดหน่อย
อธิบายเรื่องทรงผมกัน และคนอินเดียพูดภาษาอังกฤษฟังไม่ง่ายเท่าไร


วันท้าย ๆ ฉันเริ่มคุ้นเคยมากขึ้น  ก็เลยตัดสินใจออกเที่ยวตามลำพัง
เพราะมีเวลาก่อนไฟล์ทดึกขากลับ
หาข้อมูลเอาตาม Web และขอบคุณ App อย่าง Uber และ Google Map
ที่ทำให้ฉันไม่ต้องกังวลหรือโดนชาร์จ Overprice
หรือออกนอกเส้นทางเพราะฉันคอยเช็ค App ตลอดตอนอยู่บนรถ
(อันนี้ Survival brain ก็ยังทำงานอยู่)

ฉันเลือกไปเกาะที่ต้องลงเรือบ้าง  ก็ต้องคอยถาม ๆ เขาเอาตลอดทาง
เพราะป้ายมันก็ไม่ได้มีภาษาอังกฤษทุกอัน
และการจัดเรียงก็ไม่ได้เป็นระบบระเบียบเหมือนประเทศทางตะวันตกนัก
แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี


สารภาพว่าฉันก็กลัวเหมือนกันตอนเดินทางคนเดียว
โดยเฉพาะเวลาที่คนขับอยู่ดี ๆ ก็จอดรถข้างทาง
พร้อมหันมาบอกว่า “Madam, give me 2 mins”
ฉันใจเสียเลยค่ะว่าหยุดเพื่อไร
เขาบอกว่าเขาขอเข้าห้องน้ำ ว่าแล้วก็ลงจากรถไป
ฉันนี้หันหลังแทบจะ 360 องศากวาดสายตาตามเขาไปว่าเข้าห้องน้ำจริง ๆ ตรงไหน
หรือไปตามใครมาเพิ่มหรือเปล่า

แต่จะบอกว่าไม่ใช่ฉันคนเดียวที่กังวลนะคะ
มีอยู่วันหนึ่งขณะเรากำลังนั่งสัมมนา เป็นเวลาสัก 17.30 น.ได้แล้ว
เพื่อนผู้เข้าสัมมนาสุภาพสตรีต่างชาติท่านหนึ่งที่ฉันเพิ่งรู้จัก
บอกว่าเธอต้องกลับโรงแรมแล้ว (เธอพักที่อื่น)
Session ที่เหลือถ้าน่าสนใจฝากแชร์วันรุ่งขึ้นให้หน่อย
สอบถามได้ความว่าเธอกังวลไม่อยากนั่ง Taxi ตอนมืดคนเดียว

ส่วนสุภาพสตรีอีกคนชาวต่างชาติบอกว่าพอทราบว่าจะต้องมาสัมมนาที่นี่คนเดียว
เลยชวนสามีมาด้วยกันแล้วขากลับจะแวะไปเที่ยวทัชมาฮาลอีกเมืองด้วย
ฉันก็ อืมม์นะ คนอื่นก็เป็นเหมือนเรา
ยามเป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียวไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย
(คือลำพังฉันเองก็ไม่ใช่สายแบกเป้เที่ยวลำพัง)

trip 4

ที่เล่ามาทั้งหมดเป็นมุมไบในความทรงจำที่น่าประทับใจ
ซึ่งต่างจากมุมไบในความมโนแรกของฉันยามอยู่เมืองไทย

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s