4 เคล็ดลับที่ทำให้ Google เป็นบริษัทที่น่าร่วมงานและสร้างนวัตกรรม

ถ้าเทคโนโลยีเป็นเพียงครึ่งเดียวที่ทำให้ Google ประสบความสำเร็จ
แล้วอีกครึ่งที่เหลือคืออะไร
เป็นคำโปรยที่ทำให้สงสัยจนต้องหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน

เราเคยเข้าใจว่าการมีเทคโนโลยีหรือกระบวนการสร้างนวัตกรรมน่าจะเพียงพอแล้ว
แต่ความคิดนั้นต้องสะดุดเมื่อพบข้อความที่ว่า
“Culture eats strategy for breakfast!”

ประโยคนี้เป็นคำพูดของปีเตอร์ ดรักเกอร์
นักทฤษฎีด้านการบริหารผู้ทรงอิทธิพล
และประโยคนี้ถูกแขวนอยู่บนผนัง
ในห้องวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทฟอร์ด มอเตอร์
โดยประธานมาร์ก ฟิลด์ส ตั้งแต่ปี 2006
เพื่อเตือนว่าวัฒนธรรมและวิธีคิดที่แข็งแกร่งมีความสำคัญต่อความสำเร็จ

Google นับเป็นบริษัทต้นแบบที่มีวิธีคิดและวัฒนธรรมอันแข็งแรง
ทำให้สามารถสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ทั่วโลกมากมาย
รวมถึงได้รับการจัดลำดับเป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วย
ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปีจากสถาบันชั้นนำมากมาย

ใน Blog นี้เราจะคุยถึงเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้นเป็น 4 วิธีการทำงาน
จากหนังสือ Work Rules โดย Laszlo Bock
ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการด้านบุคคลของ Google

1. ทำให้งานของพนักงานมีความหมาย
(Give meaning to your employee’s work)

ไม่มีอะไรสร้างแรงจูงใจได้มากกว่าการได้รู้ว่าคุณกำลังเปลี่ยนโลกใบนี้
ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับทัศนคติที่แต่ละคนมีต่องาน
วิธีการคือขอให้หาความเชื่อมโยงระหว่างพนักงาน
กับคนที่ได้ประโยชน์จากสิ่งที่เขาทำ

เช่น เป้าหมายที่ทะเยอทะยานของ Google
คือการจัดระเบียบข้อมูลทั้งหมดในโลก
และทำให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์

แต่ถ้าเราเป็นแค่คนขายเนื้อสัตว์
มันจะมีความหมายอะไรต่อโลกใบนี้?
………ลองหาความเชื่อมโยงดู
เราก็กำลังทำให้คนมีอาหารกิน
แล้วช่างประปาล่ะ……….
เราก็กำลังพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนอื่น
โดยทำให้เขามีน้ำสะอาดและมีคุณภาพชีวิต

2. ไว้ใจทีมงาน (Trust your team)

เป้าหมายสุดท้ายคือการสร้าง Entrepreneurship
หรือความรู้สึกที่เป็นเจ้าของกิจการให้กับพนักงาน
และหากเราเชื่อว่าทุกคนเป็นคนดี
เราก็ไม่ต้องกลัวที่จะเปิดเผยข้อมูลให้พวกเขาได้รับรู้

ความโปร่งใส (Transparent) จึงเป็นอีกเรื่องที่สำคัญใน Google
หนึ่งเรื่องที่เป็นที่พูดถึงมากคือเป้าหมายรายไตรมาสของพนักงานและทีม
(หรือที่เรียกกันว่า OKR “Objectives and Key Results”)
OKR ของทุกคนจะถูกเผยแพร่ใน Website ภายในของบริษัท
เพื่อให้ทุกคนได้เห็น
โดยอยู่ถัดจากหมายเลขโทรศัพท์และสาขาที่แต่ละคนทำงานอยู่

และทุกวันศุกร์ Google จะประชุมพนักงานทั้งบริษัท
โดยมีแลร์รีและเซอร์เกย์เป็นผู้นำการประชุม
ซึ่งพนักงานสามารถเข้าประชุมด้วยตัวเองหรือผ่านวิดีโอ
ในประชุมจะเป็นการอัพเดตข่าวสารจากสัปดาห์ที่ผ่านมา
และที่สำคัญคือมีเวลา 30 นาทีเพื่อตอบคำถามอะไรก็ได้ที่คนอยากรู้
ไล่ตั้งแต่เรื่องสัพเพเหระ (บางคนอยากรู้ว่าแลร์รีในฐานะ CEO จะสวมสูทบ้างไหม)
ไปจนถึงเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจหรือจริยธรรม

Google ยังให้พนักงานแบ่งเวลา 20% ของการทำงานในแต่ละสัปดาห์
ไปทำโครงการที่เขาสนใจ
ซึ่งโครงการนั้นไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับงานประจำ
แต่ต้องเกี่ยวข้องกับงานของ Google

3. จ้างแต่คนที่เก่งกว่าคุณเท่านั้น
(Only hire people who are better than you)

หากไม่ระวัง เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น
ก็จะยิ่งมีคนอยากรับเพื่อนฝูงหรือลูกหลาน
เข้ามาทำงานเพื่อให้ความช่วยเหลือหรือสร้างสายสัมพันธ์
สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราจะมีหัวกะทิตอนบริษัทยังเล็ก
และมีแต่คนที่สามารถปานกลางตอนบริษัทเติบโต

IQ เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ทำให้ใครสักคน
มีความคิดสร้างสรรค์หรือสามารถทำงานเป็นทีมได้
Google เชื่อว่าไม่มีใครสามารถสัมภาษณ์เพียงคนเดียว
แล้วตัดสินใจถูกทุกครั้ง

ที่นี่เวลาสัมภาษณ์คุณอาจพบผู้สัมภาษณ์งานจากฝ่ายอื่น
หรือผู้ที่จะมาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตำแหน่งงานนั้น ๆ
มีส่วนร่วมในการสัมภาษณ์ด้วย
เพราะท้ายที่สุดพวกเขาคือคนที่ต้องอยู่กับคุณ

Google ยังกำจัดสัญลักษณ์ที่ตอกย้ำถึงลำดับขั้นอำนาจ เช่น
ผู้บริหารระดับสูงได้รับผลตอบแทน สวัสดิการ และทรัพยากรต่าง ๆ
เหมือนกันพนักงานใหม่
ไม่มีห้องอาหารสำหรับผู้บริหาร หรือที่จอดรถส่วนตัว

คุณสมบัติเด่น 4 ประการที่ใช้คัดเลือกคน ๆ หนึ่ง
ในการเข้าร่วมงานกับ Google

A) ความสามารถด้านการคิดโดยทั่วไป
เป็นการแก้ปัญหายาก ๆ อย่างไร โดยไม่ดูผลการเรียน

B) ความเป็นผู้นำ
โดยเฉพาะ “ความเป็นผู้นำอย่างไม่เป็นทางการ”
เพราะแต่ละโครงการที่ Google แทบไม่มีผู้นำแบบเป็นทางการเลย

C) ความเป็น Google
รักสนุก
การไม่หลงความฉลาดของตัวเอง
(คือที่นี่จะมีแต่คนเก่ง ๆ เต็มไปหมด
และเราจะไม่เรียนรู้อะไรเลยถ้ายอมรับไม่เป็นว่าเราอาจคิดผิดก็ได้)
การรับมือกับความไม่ชัดเจนได้อย่างสบายใจ
และความใส่ใจ (Google อยากได้เจ้าของกิจการ ไม่ใช่ลูกจ้าง)

D) ความรู้ในหน้าที่การงาน
อันนี้สำคัญน้อยสุด เพราะ Google เน้นที่ความอยากรู้อยากเห็นและเปิดกว้างในการเรียนรู้
เพื่อจะคิดหาทางออกใหม่ ๆ อย่างแท้จริง

4. ให้ความเอาใจใส่กับคนที่ทำงานได้ยอดเยี่ยมและยอดแย่ของทีม
(Pay attention to your best and worst performers)

อย่ามองหาแค่คนที่มีความสามารถรอบด้าน
ให้มองหาคนที่เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ ที่สุดด้วย

คุณค่าจำนวน 90% มักมาจากพวกหัวกะทิ 10% แรก
พนักงานที่เก่งที่สุดจึงมีค่ามากกว่าพนักงานทั่วไปอย่างมหาศาล
Google จึงให้ผลตอบแทนแบบไม่เป็นธรรม
เพื่อทำให้เขารู้สึกว่าเราเห็นคุณค่าของเขา

Laszlo Bock มักได้ยินคนพูดว่า
“ผมแค่อยากได้ผู้ช่วยที่คอยรับโทรศัพท์และบันทึกตารางประชุม
ผมไม่ต้องการคนฉลาด
ขอแค่คนที่ทำงานพวกนั้นได้ก็พอแล้ว”

นั่นเป็นความคิดผิดมหันต์
เพราะผู้ช่วยที่เก่งกาจจะช่วยงานผู้จัดการได้อย่างมหาศาล
เขาจะช่วยให้เราแบ่งเวลาได้ดีขึ้น
จัดลำดับและสับรางงานต่าง ๆ
รวมถึงเป็นหน้าเป็นตาให้กับผู้จัดการเวลามีคนติดต่อเข้ามา

ที่นี่นอกจากผู้จัดการจะไม่สามารถตัดสินใจรับคนตามลำพังได้
เขาไม่ได้รับอนุญาตให้ตัดสินใจเรื่องเงินเดือน
และการเลื่อนตำแหน่งโดยปราศจากข้อมูลของผู้อื่น

ในขณะเดียวกันควรเห็นใจคนที่ทำผลงานได้แย่ที่สุดด้วย
สาเหตุมักมาจากการที่เขาได้ทำงานในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม
ไม่ใช่เพราะพวกเขาไร้ความสามารถ
ควรช่วยให้พวกเขาเรียนรู้หรือหาตำแหน่งใหม่ให้

แต่ถ้าไม่ได้ผล ก็ควรให้เขาออกทันที
การเก็บไว้ไม่ใช่ทางออก
พวกเขาน่าจะมีความสุขกว่าในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่คนที่ทำงานได้แย่ที่สุด

ล่าสุดมีผลวิจัยที่ทำมากว่า 10 ปี (Project Oxygen) เพื่อหาคำตอบว่า
คุณลักษณะของผู้จัดการหรือหัวหน้าทีมแบบไหน
ที่จะเหมาะกับการเป็นผู้นำสำหรับ Google
1. เป็นโค้ชที่ดี
2. ให้อิสระกับทีมงานโดยไม่เข้าไปจุกจิกจู้จี้
3. สร้างบรรยากาศของความเชื่อใจและปลอดภัย
4. มุ่งเน้นผลลัพธ์ในงาน
5. เป็นนักสื่อสารที่ดี ฟังและแบ่งปันข้อมูล
6. ช่วยให้ทีมงานมีความเติบโตในสายงาน
7. สร้างวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่ชัดเจน
8. มีความรู้ในงานที่ทำเป็นอย่างดีและสามารถให้คำแนะนำทีมงาน
9. ให้ความร่วมมือร่วมใจกับแผนกต่าง ๆ
10. ตัดสินใจเด็ดขาดและมุ่งมั่นในสิ่งนั้น

++++++++++++++

จากเคล็ดลับทั้งหมดข้างต้น
ข้อไหนที่คุณสามารถนำไปปรับใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพ
และน่าร่วมงานกับทีมของคุณมากที่สุดบ้างคะ

Photo Credit:
medium.com/@jonmichaelmoy/fostering-a-sustainable-company-culture-a55efd0421e5
https://business.linkedin.com/talent-solutions/blog/employer-brand/2019/linkedins-top-companies-2019
https://peakon.com/us/blog/workplace-culture/google-company-culture/
https://www.monster.com/career-advice/article/how-to-answer-job-interview-question-your-ideal-company
https://fortune.com/best-companies/2017/google/
https://news.abs-cbn.com/business/11/02/18/google-workers-around-the-world-protest-its-corporate-culture
https://www.entrepreneur.com/article/317582
https://www.businessinsider.com/the-best-bosses-do-these-things-according-to-google-2019-6?utm_content=buffer6cc2f&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer-bi#9-collaborates-effectively-9
หนังสือ “กฎการทำงานของ Google”