เมื่อการโค้ชเป็นเหมือนรายการทีวี คุณว่าจะเป็นรายการอะไร?

ทุกวันนี้เวลาถูกตั้งคำถามว่า
การโค้ชคืออะไร?

coaching

เก๋เชื่อว่าหลายท่านมีคำตอบในเชิงว่า
การโค้ชคือ
“กระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคน
โดยการใช้วิธีถามคำถาม
เพื่อให้ผู้ถูกโค้ชคิดหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง”

เสน่ห์อย่างหนึ่งของการโค้ช
ที่แตกต่างจากการพัฒนาคนด้วยวิธีอื่น ๆ
คือการ “ถามคำถาม” แทนที่การ “ให้คำตอบ
เพราะผู้ถูกโค้ชจะมีความเป็นเจ้าของ
ในทางออกที่มาจากตนเองอย่างเต็มร้อย

questioning

แต่วันนี้สิ่งที่เก๋อยากแบ่งปัน
ไม่ใช่ How-to การถามคำถาม
เพราะเคยแชร์ไปบ้างก่อนหน้านี้แล้ว
(อ่านเพิ่มเติม)

แต่เป็นการแบ่งปันจากภาคสนามของการโค้ช
ที่ใช้คำว่า “ภาคสนาม
เพราะเก๋มีโอกาสได้ไปติดตามดู
ช่วยสังเกตการณ์และ Feedback ผู้เรียน
เวลาไปฝึกการโค้ชในการปฏิบัติหน้างานจริง
กับทีมงานหรือคนรอบข้าง

มีหลุมพรางอยู่สองลักษณะ
ที่เก๋ขอเทียบเคียงกับการทำรายการทีวี

หนึ่งคือเป็นโค้ชที่ทำ “เกมทายใจ”
อีกหนึ่งคือเป็นโค้ชที่ทำ “รายการสัมภาษณ์”

blind date

1. แบบแรกคือการโค้ชแบบเกมทายใจ
เก๋พบว่าหลาย ๆ ครั้งผู้ฝึกเข้าใจผิดคิดว่ากำลังโค้ช
เพราะใช้การตั้งคำถามแทนการบอก
แต่คุณผู้อ่านเคยเห็น “การบอกโดยใช้คำถาม” ไหมคะ?
อาการนี้เห็นบ่อยเวลาหัวหน้าโค้ชลูกน้องตนเอง
เข้าทำนอง “ถามแบบมีธง

เราจะสังเกตเห็นได้ด้วยการเปิดด้วยคำถามของโค้ช
พอผู้ถูกโค้ชตอบคำตอบ
ผู้ถามก็จะถามใหม่เพื่อให้ผู้ตอบเปลี่ยนคำตอบ
หรือถ้าพูดสวย ๆ หล่อ ๆ คือ “คิดในมุมอื่น

แต่คำว่ามุมอื่นนี่เป็นมุมของหัวหน้าหรือของโค้ชค่ะ
ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว
วิธีเช็คดูง่าย ๆ คือ
ผู้ถูกโค้ชจะเริ่มไม่มั่นใจว่าควรต้องตอบอย่างไรจึงจะถูกต้อง
ราวกับว่าเขากำลังอยู่ในเกมทายใจของโค้ชอยู่
ผู้ถูกโค้ชจะเริ่มหมดพลัง
อยู่บนความกังวลสงสัยว่าคำตอบแบบไหนจะดีที่สุดกันแน่

doubt

วิธีปรับ:

เราต้องไม่ลืมว่าการโค้ชช่วยให้คนยอดเยี่ยม
เพราะเขามีโอกาสได้เลือกทางออก
หลังจากที่ได้ทบทวนพิจารณาทางเลือกทั้งหลายเป็นอย่างดี
ดังนั้นโค้ชต้องอนุญาตหรือ Empower ผู้ถูกโค้ช
เชื่อมั่นว่าการตัดสินใจที่เขามี
เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาสามารถทำได้ในขณะนี้
ดีที่สุดสำหรับ “ผู้ถูกโค้ช
ไม่ใช่สำหรับ “โค้ช” ค่ะ

2. อาการที่สองเรียกว่าโค้ชแบบ “รายการสัมภาษณ์”
อาการนี้โค้ชจะตั้งคำถามเพื่อให้ผู้ถูกโค้ชแชร์ออกมาให้มากที่สุด
เหมือนเป็นการพูดคุยสนทนาอย่างออกรส
ข้อมูลที่ออกมาเป็นการ Recall ข้อมูล

tv cover 1

การโค้ชไม่ใช่การถามเพื่อ “ขอข้อมูล
ประโยชน์มิใช่เพื่อให้โค้ชเข้าใจผู้ถูกโค้ช
แต่เพื่อให้ผู้ถูกโค้ช “เข้าใจตนเอง
ผ่านคำถามที่โค้ชชวนคิด

ดังนั้นคำถามจึงมิใช่แค่เพื่อ Recall
แต่ต้องชวนผู้ถูกโค้ช Review หรือ Reconstruct บางสิ่ง
เข้าทำนองไม่ไช่แค่ได้ Information
แต่ควรให้ผู้ถูกโค้ชได้เห็น Insight ของตนเอง

วิธีปรับด้วยตัวอย่างคำถาม: 
Information: คุณทำงานในบทบาทอะไรมาบ้าง (What)
Insight: บทบาทในงานไหนที่คุณได้คุณค่ามากที่สุด?
เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น? (So what)
Insight: บทบาทในงานแบบไหนที่จะตอบโจทย์ชิวีตคุณในอนาคตบ้าง (Now what)

คำถามควรให้ผู้ถูกถามเห็นทั้ง
Information และ Insight ของตนเอง

โดยสรุป
ได้เวลากลับมาสำรวจรายการทีวีของเราแล้วค่ะว่า
การโค้ชของเรานั้นอยู่ใน
1) เกมทายใจ
2) รายการสัมภาษณ์ (หรือ)
3) โค้ชตัวจริง!

**********************************
คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสาระความรู้ล่าสุดที่แฟนเพจ “The Art of Growing”
The Art of Growing

รำลึกถึง John Nash อัจฉริยะรางวัลโนเบล เจ้าของชีวประวัติในภาพยนตร์ออสการ์ยอดเยี่ยมแห่งปี “A Beautiful Mind”

a beautiful mind
๋.
จอห์น ฟอร์บส แนช (John Forbes Nash) นักคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน  บิดาแห่งทฤษฎีเกม (Game Theory) ผู้มีเรื่องราวน่าสนใจจน ซิลเวีย นาซา นำเรื่องราวของเขามาเขียนเป็นหนังสือชื่อ A Beautiful Mind ซึ่งติดอันดับหนังสือขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา  และภายหลังถูกนำมาดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์จนโ่ด่งดัง  ชนะรางวัลออสการ์ในปี 2544  ด้วยรางวัลภาพยนตร์และผู้กำกับยอดเยี่ยม

จอห์น แนช ได้เสียชีวิตลงแล้วจากอุบัติเหตุทางรถยนต์  พร้อมกับภรรยา อลิเซีย  เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2558  ด้วยวัย 86 ปี

a beautiful mind book

นี่คงเป็นครั้งแรกที่ฮอลลีวู้ดทำหนังที่สร้างจากชีวิตของนักเศรษฐศาสตร์  และดาราที่มานำแสดงเป็นตัวเอกคือ รัสเซล โครว์  (Russell Crowe) ผู้โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง Gladiator  นั่นย่อมแสดงว่าชีวิตของแนชต้องไม่ธรรมดา

เรามาทำความรู้จักกับชีวิตอันน่าสนใจของอัจฉริยะเจ้าของเรื่องราวที่ชนะใจเวทีใหญ่อย่างออสการ์กันค่ะ

..

แนชเป็นเด็กที่ฉายแววอัจฉริยะมาแตเด็ก  ชอบขลุกอยู่กับหนังสือ  มีความสุขตามลำพัง  ไม่ชอบพูดคุยหรือเล่นกับเพื่อนในวัยเดียวกัน  ในวิชาคณิตศาสตร์ แนชพยายามหาวิธีทำโจทย์เลขด้วยตัวเองไม่เหมือนกับที่ครูสอน  เวลาครูเขียนโจทย์บนกระดาน  แนชจะนั่งคิดโจทย์เลขนิ่ง ๆ ในขณะที่เพื่อนหยิบกระดาษปากกามาทดกันให้วุ่นวาย  แนชเป็นคนคิดเร็ว จำแม่น และมีสมาธิสูง  สามารถเข้าใจสิ่งที่ซับซ้อนได้  บ่อยครั้งที่แนชแสดงวิธีพิสูจน์คณิตศาสตร์สั้น ๆ ง่าย ๆ  ในขณะที่ครูแสดงวิธียืดยาวสลับซับซ้อน

แนชพิสูจน์ความเป็นอัจฉริยะของเขาเมื่อเขาสามารถเรียนจบปริญญาเอกได้อย่างรวดเร็วด้วยอายุเพียง 21 ปี  และวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเกี่ยวกับทฤษฏีเกมของเขามีความหนาเพียง 28 หน้า  ซึ่งงานวิจัยนี้เองที่ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ต่อมาภายหลังในปี 2537

แนชได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ทางคณิตศาสตร์แห่ง Massachusetts Institute of Technology (MIT) ของสหรัฐฯ เมื่อมีอายุได้เพียง 29 ปี  จุดหักเหในชีวิตของแนชเกิดขึ้นเมื่อเขามีอาการป่วยทางจิตที่เรียกว่า Schizophrenia  มีอาการประสานหลอน  โดยมักอ้างว่าได้สนทนากับพระเจ้าและกับมนุษย์ต่างดาวอยู่เนือง ๆ  เมื่ออาการป่วยทวีความรุนแรง  เขาถูกปลดจากตำแหน่งอาจารย์ของ MIT และเข้ารับการรักษาโรคจิตในโรงพยาบาล

nash_google

แนชเริ่มตื่นจากฝันเมื่อเขาอายุประมาณ 60 ปี  หลังจากนั้นอีก 6 ปี  แนชก็ได้รับข่าวดีของรางวัลเกียรติยศอย่างโนเบลจากทฤษฎีเกมที่เขาคิดค้น  ซึ่งมีคุณอเนกอนันต์ให้นักเศรษฐศาสตร์ใช้ในการหาทางออกที่ดีเวลาแก้ปัญหาการแข่งขันเชิงธุรกิจ  เพราะปัญหาต่าง ๆ ทางเศรษฐศาสตร์นั้นสลับซับซ้อนอันเนื่องมาจากการมีตัวแปรต่าง ๆ มากมาย (คำอธิบาย Game Theory)

..

คำถามคือ  เราเรียนรู้อะไรจากเรื่องราวของแนชบ้าง?

คนบางคนได้รับพรสวรรค์หรืออัจฉริยะด้านความฉลาดที่ล้ำลึกเหนือเกินความสามารถของคนทั่วไป  และนั่นทำให้คนนั้นสามารถคิดค้นทฤษฎีหรือความรู้ที่ไม่สามารถสร้างด้วยระดับความคิดหรือสมองที่จินตนาการเหมือนคนทั่ว ๆ ไปได้  แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าคนเหล่านั้นเองก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกของอัจฉริยะและโลกในความเป็นจริงอย่างไม่สมดุล  หากไม่สามารถแยกแยะมันออกจากกันได้

และแม้ว่าแนชเองจะมีพฤติกรรมแปลก ๆ มากมาย  แต่สิ่งเหล่านี้มาจากจิตใจที่บริสุทธิ์สวยงามปราศจากมุมมองที่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร  เป็นโลกที่แนชอยู่ในความฝันและจินตนาการกว่าครึ่งชีวิต  เหมือนกับชื่อหนังสือ A Beautiful Mind  เป็นชีวิตที่เรียนรู้  ค้นหา  และสร้างคุณค่าทางวิชาการฝากไว้แก่มวลมนุษยชาติ

ขอไว้อาลัยแด่นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่  ผู้มีหัวใจงดงาม
สมกับชื่อ A Beautiful Mind

จอห์น ฟอร์บส แนช 
(13 มิ.ย. 2471 – 23 พ.ค. 2558)
..

Cr. เรียบเรียบจาก
http://www.bbc.com/news/world-us-canada-32865248
http://en.wikipedia.org/wiki/John_Forbes_Nash,_Jr.
http://econ.tu.ac.th/archan/kiriya/publication/nash.pdf
http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=56201

เครดิตภาพ John Nash: Reuters/Bobby Yip

**********************************

คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสาระความรู้ล่าสุดที่แฟนเพจ “The Art of Growing”

The Art of Growing